Black mourning ribbon for websites, top right corner, ริบบิ้นไว้ทุกข์สีดำ มุมบนขวา สำหรับแสดงความอาลัยบนเว็บไซต์

กองสารวัตรและกักกัน

กำกับ ดูแลบังคับใช้กฎหมายผู้กระทำความผิดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรมปศุสัตว์

page beef

สารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ ร่วมชุดเฉพาะกิจพญานาคราช บุกจับซากสัตว์พรีเมียมต้องสงสัยลักลอบนำเข้าซุกโรงแรมใจกลางกรุง มูลค่าของกลางกว่าล้านบาท

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568

ตามมาตรการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญานาคราช จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนชุดเฉพาะกิจพญานาคราช ร่วมกับกองสารวัตรและกักกัน โดยสารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ เจ้าหน้าที่ส่วนงานเสริมความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานและอาหาร ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจค้นเข้าเมือง 1 และเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน เข้าสืบสวนหาข้อมูลสถานที่ต้องสงสัยตามที่ได้รับข้อมูลจากสายข่าวว่า มีการลักลอบค้าซากสัตว์ ในพื้นที่เขตสุทธิสาร กรุงเทพมหานคร พร้อมดำเนินการเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจของเจ้าหน้าที่สารวัตร เพื่อเข้าตรวจสอบตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
จากการเข้าตรวจสอบพบสถานที่ต้องสงสัย ตั้งอยู่ภายให้ห้องพัก จำนวน 2 ห้อง ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จึงได้แจ้งนิติบุคคล เพื่อขออนุญาตและนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในห้องพัก โดยพบนาย Y (นามสมมติ) อายุ 49 ปี สัญชาติจีน อยู่ภายในห้องและแสดงตนเป็นเจ้าของห้อง และพบนางสาว K (นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติกัมพูชา โดยนาย Y ได้ยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและอยู่ร่วมสังเกตการณ์ตลอดเวลาจนแล้วเสร็จ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประสานล่ามเพื่อใช้ในการสื่อสาร เนื่องจากนาย Y ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เพื่อทำให้นาย Y สามารถเข้าใจรายละเอียดตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา
ผลการเข้าตรวจสอบ พบตู้แช่แข็งฝาทึบ 2 ฝา จำนวน 2 ตู้ ภายในบรรจุซากสัตว์พรีเมียม อาทิเช่น เนื้อวากิว A5 ฟัวกรา ซากสัตว์ปีก และเนื้อโคเกรดพรีเมียม โดยไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ น้ำหนัก 348.6 กิโลกรัม และพบตู้แช่แข็งฝาทึบ 2 ฝา จำนวน 1 ตู้ ภายในบรรจุซากสัตว์ต้องสงสัยไม่สามารถระบุแหล่งที่มา น้ำหนัก 87.3 กิโลกรัม อยู่ภายในห้องพักทั้ง 2 ห้องดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตทำการค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์ ใบอนุญาตนำซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง แต่นาย Y ไม่สามารถนำเอกสาร หรือหลักฐานมาแสดงได้ และยอมรับว่าตนเองไม่มีเอกสาร/หลักฐานใบอนุญาตฯดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้
1. ฝ่าฝืนมาตรา 22 เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าออกผ่าน หรือภายในเขต โดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษตามตามมาตรา 65 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ฝ่าฝืนมาตรา 24 ทำการค้าสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ระวางโทษตามมาตรา 66 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ฝ่าฝืนมาตรา 31 นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักร ซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษตามมาตรา 68 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ฝ่าฝืนมาตรา 34 เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เนื่องจากนาย Y เป็นบุคคลสัญชาติจีน เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจค้นเข้าเมือง 1 จึงตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่า นาย Y ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยประเภทนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 29 พฤศจิกายน 2568 มีอายุ 60 วัน ซึ่งการอนุญาตดังกล่าวเป็นเพียงการอนุญาตประเภทท่องเที่ยว มิใช่การอนุญาตทำงาน หรือประกอบธุรกิจภายในประเทศ และไม่สามารถนำเอกสารใบอนุญาตการทำงานมาแสดงได้ รวมทั้งการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบต่างด้าว (273) จึงไม่พบข้อมูลแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ได้ขยายผลการเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นาย Y ได้นำซากสัตว์มาจำหน่ายที่ร้านอาหาร ในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่ที่นาย Y เป็นเจ้าของ โดยภายในร้านพบซากสัตว์ปีกพรีเมียมซึ่งไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ น้ำหนัก 186.5 กิโลกรัม ไม่มีใบอนุญาตทำการค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์และใบอนุญาตนำซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง พนักงานเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมดำเนินการยึดซากสัตว์ของกลาง น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 622.4 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 1,057,590 บาท โดยนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจสุทธิสาร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนาย Y ตามกฎหมายต่อไป
ในส่วนของกลางซากสัตว์ เนื่องจากไม่ทราบแหล่งที่มา อาจเป็นพาหะของโรคระบาด พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินการส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเชื้อโรคระบาด หากพบว่ามีเชื้อโรคระบาดจะดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องของกรมปศุสัตว์
หากพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน Application “DLD 4.0” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างระบบการเลี้ยงสัตว์ที่มีคุณภาพ​ ปลอดภัย​ และ​ยั่งยืน​ต่อไป​.

ไอคอนลิงค์ ::

::